Vanilla's profileVanilla Day Dream~*PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 20

    Never/Wonder







    Never/Wonder




    บางครั้งการเติบโตนั้นมันช่างแสนยากเย็น
    ดูชีวิตไม่เป็นอย่างเคย ดูเหมือนมีแค่เราที่ต้องแพ้พ่าย
    คงจะง่ายกว่าถ้าฉันคุมขังหัวใจของฉันไว้
    ไม่ให้มันเติบโต ไม่ให้ตัวฉันได้เติบโต
    มันคงจะดีกว่าถ้าทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลง
    ฉันจะมีความสุขอยู่อย่างนั้นตลอดไป
    เช่นนั้นฉันจึงไม่เติบโตอยู่ในโลกของฉัน



    โลกที่ฉันท่องไปนั้นเปลี่ยนไปไม่เคยหยุด
    ราวกับสิ่งต่างๆเป็นเพียงหมอกควันที่จางหายง่ายดาย
    มันไม่เคยจะหยุดให้ฉันได้เรียนรู้และประหลาดใจ
    ฉันเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับโลกใบนี้
    หัวใจของฉันจะเติบโต เติบโตขึ้นในทุกย่างก้าวที่ฉันเดินไป
    ชีวิตอาจไม่เป็นเหมือนอย่างเคย แต่พรุ่งนี้จะไม่เป็นฉันที่แพ้พ่าย
    จนบางครั้งการต้องหยุดนิ่งนั้นก็กลับดูยากเย็น


    ...

    บางทีเธออาจจะสอนฉันเดินไปในวันเวลาที่อยู่ข้างหน้า
    ฉันอยากให้เธอพาฉันไปค้นหาเรื่องราวของวันพรุ่งนี้

    บางทีเธออาจจะสอนฉันให้หยุดพักและจดจำเรื่องราวของเมื่อวาน
    ฉันอยากให้เธอพาฉันไปค้นหาวันเวลาที่หายไป

    ...

    บางที แค่ บางที
    พรุ่งนี้เราจะได้เจอกัน
    และทักทายกัน
    .
    .
    .

    Hello Peter !

    Hi Alice !








    "Imagination is more important than knowledge"


    อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า
    จินตนาการสำคัญกว่าความรู้
    แต่รู้ไหมบางครั้งแรงบรรดาลใจที่ดี
    ก็สำคัญกว่าทั้งจินตนาการและความรู้










    October 06

    Modern Love~*










    หลายวันก่อนนั่งดูมนต์รักทรานซิสเตอร์ จบตอนตีสอง
    ขึ้นไปอาบน้ำก่อนนอน ได้ยินเสียงเพลงเจ๊ติ๊นาแว่วมาจากหลังบ้าน
    รักของเราจะทันสมัย...              รัก!            ทันสมัย!
    เพลงที่เคยใหม่เคยทันสมัยก็กลายเป็นเพลงเก่าเข้าขั้นคลาสสิคได้
    ความรักมีเวลาแค่ไหน ตราบเท่าหมดลมหายใจ
    หรือ จะรักเมื่อพบ จบเมื่อผ่าน แค่นั้นใช่ไหม?







    บางครั้งความรักก็ดูเรียบง่ายเหมือนดั่งต้องมนต์ยามแรกรักกัน
    แล้วก็กลับกลายเป็นขื่นเป็นขมระทมทุกข์ได้ในเรื่องเดียวกัน
    บางทีความรักก็อาจน้อยนิดมหาศาลเหมือนใน last life
    หรืออาจไม่มีความรักหลงอยู่เลยในเมืองใหญ่จนต้องไป69ที่บ้านเกิด
    บ้างความรักที่หมดเวลาก็พิพากษาคู่รักให้จบลงด้วยการฆาตกรรม
    แม้แต่ในฝันบ้าๆ ยังมีสายใยแห่งความรักความผูกผันของพ่อลูกล่องลอยอยู่
    ความรักก็อาจจะลึก และอาจจะลับได้ไม่ต่างจากนางไม้เลยทีเดียว
    ในบางที่ความรักในเกมส์ลูกหนังก็ไม่ต่างจากโอเปร่าของคนเดินดิน
    และสำหรับบางคนความรักในดนตรีก็เป็นเสียงที่สว่างในความมืดมิด
    แต่เมื่อเวลาผ่านไปความรักอาจจะหมดอายุเหมือนในพลอยงั้นหรือ



    ช่องว่างที่ถูกเว้นวรรคไว้ ถ่วงทำนองที่ว่างเปล่าทอดยาว
    ข้อความที่ไร้ตัวอักษรและไม่มีเส้นเสียง เรียบง่ายและงดงาม
    เป็นเอกใช้มันถ่ายทอดเรื่องราวจนหลายคนคิดว่าไม่จำเป็น
    ทำให้หลายคนคิดว่าหนังเป็นเอก ดูยาก เข้าใจยาก
    ความจริงส่วนที่ยากสำหรับการดูหนังทุกเรื่องก็คือ
    การอดทนรอเพื่อรับฟังข้อความที่ผู้กำกับต้องการสื่อ
    ทุกคนมีสไตล์ที่แตกต่างในการทำเรื่องแต่ละเรื่อง
    สุดท้ายแล้วมันก็คงขึ้นอยู่กับความชอบมากกว่า
    ว่าเราชอบที่จะดูจะฟังหรือจะทำแบบไหน
    แต่ดูเหมือนเป็นเอกเลือกที่จะเป็นตัวเอง
    และถูกจดจำอย่างไม่เข้าใจแล้วเว้นที่ว่างไว้
    ให้คิดตามไปในแต่ละประเด็นของหนังแต่ละเรื่อง
    และนั่นทำให้เป็นเอกเป็นเอก !





    ถ้าเราไม่ลืม . . .
    ช่วงเวลาที่ได้เจอกันครั้งแรก

    ไม่ลืมถ้อยคำที่เคยบอกรักกัน
    ไม่ลืมจังหวะหัวใจที่เต้นแปลกไป
    ไม่ลืมเรื่องราวต่างๆที่เคยทำให้กัน
    แค่เราไม่ลืม รักจะยังอยู่อย่างนั้น

    สำหรับความรัก
    คงไม่มีคำว่าเก่าหรือใหม่
    ไม่มีทันสมัยหรือหมดอายุอะไร
    มีแค่ใจที่ยังรักอยู่หรือรู้ว่าหมดรักแล้ว
    เท่านั้นเอง!











    July 04

    KissOfDeath









    ที่ข้างนอกนั่นช่างสวยงาม มันช่างดูสวยงาม
    ฉันอยากจะออกไป สัมผัสเมฆแสนสวย และท้องฟ้าสีสดใสนั่น สักครั้งหนึ่ง
    แต่ดูเหมือนมันช่างห่างไกล ไกลเกินกว่าฉันจะยื่นมือออกไปสัมผัสได้

    ฉันเฝ้ามองมันวันแล้ววันเล่า วันแล้ววันเล่า
    โดยที่ความคิดและวิญญาณของฉันยังคงติดอยู่กับความเป็นจริงนี้
    ทุกข์ทนกับมันและมองดูสิ่งสวยงามนอกกรอบนั่น

    ฉันหลับตาแล้วบอกกับตัวเองว่าพอเถอะ พอเสียที
    ได้เวลาแล้วสินะ ฉันเปิดมันออกก้าวถอยหลังกลั้นลมหายใจ
    แล้ววิ่งออกไปเท่าที่จะมีแรง เพื่อออกไปสัมผัสท้องฟ้านั่น

    ฉันสูดกลิ่นไอของท้องฟ้าอย่างสบายใจ ราวกับว่าฉันมีปีกพร้อมที่จะบิน
    มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันรู้สึกจริงๆ ว่าฉันกำลังบินอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ

    แล้วจู่ๆทุกอย่างก็ดูเหมือนจะดิ่งลงไปสู่จุดเพียงจุดเดียว
    จุดที่ความตายจะค้นพบฉัน แรงดึงดูดยังคงทำหน้าที่ของมัน

    เสียงดังขึ้นและก้องอยู่ในหู ร่างกายบิดเบี้ยวกระตุกเกร็ง
    เลือดกระเซ็นออกและค่อยๆไหลล้นออกมาตามหลัง

    ดูราวกับกลีบกุหลาบกำลังค่อยๆผลิบานออกอย่างช้าๆ
    ในช่วงเวลาที่เจ็บปวดและแสนยาวนานนั้นเอง

    ฉันได้จุมพิตและสวมกอดความตายนั้น
    เฉกเช่นที่ฉันได้ให้ความรักเหล่านั้นแก่ชีวิต



    "ถ้าหากชีวิตเป็นเพียงการเดินทางเพื่อให้เราไปจบลงยังท่าแห่งความตาย"

    "และไม่มีอะไรคงทนอยู่ได้ ก็คงมีเพียงความรักที่ฉันอยากให้มันอยู่ได้ตลอดไป"


    ฉันได้แต่คิดก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดลง














    "อาจมีเพียงบางคนได้ถูกขนานนามว่าคือยอดแห่งศิลปิน"
    "แต่เราทุกคนต่างคือผลงานศิลปะของชีวิตและความตาย"
    "เรียบง่ายและสวยงาม ไม่มากหรือน้อยกว่านั้น"


    แด่เพื่อนผู้เกิดและตาย ... ยินดีที่ได้รู้จักกันอีกครั้งหนึ่ง











    June 25

    I Dream About You~*















    ฉันฝัน . . . ถึงเรื่องราว . . . มากมาย
    ฉันฝัน ฉันฝันถึงเธออีกแล้ว


    ฉันฝันถึงเธอเป็นครั้งที่เท่าไรกันนะ
    ทั้งที่ฉันแทบจะจำอะไรเกี่ยวกับเธอไม่ได้อีกแล้ว


    ถ้อยคำที่เราเคยใช้โต้ตอบกันเป็นแบบไหน
    เราแทนตัวเองเวลาที่พูดกันว่ายังไง


    ช่วงเวลาที่เราเดินไปด้วยกัน เหมือนมันจะหายไป
    เพราะฉันจำเรื่องอะไรพวกนั้นไม่ได้เลยสักนิด


    แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้ฝัน ฝันถึงเธออีกแล้ว ทำไมกัน
    ฉันอาจจะเข้าใกล้ เข้าใกล้เธอไปอีกนิดแล้วละมั้ง



    นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน มันนานแค่ไหน
    เรามาได้ไกลแค่ไหนแล้ว และจะไปได้ไกลอีกเท่าไหร่
    คงไม่มีใครรู้ และถึงยังไงฉันก็คงได้แต่ฝันถึงเธอเท่านั้น



    ฉันหวังว่าเธอจะมีชีวิตที่ดี หวังว่าเธอคงมีความสุขดี
    และหวังให้เธอนั้นได้นอนหลับฝันดี
    ไม่ว่าเมื่อไร ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน
    คืนนี้ฉันจะฝันและมองดูเธอหลับฝันดี




    . . . .ในฝัน . . . .










    . . .


    : Photo :

    "When I dream at night"

    'Cause I only feel alive
    when I dream at night
    even though she's not real it's all right


    By Menoevil

    . . .





    May 23

    Rainy Night~*










    . . .

    เวลาจากวันนั้นเหมือนไม่เคยสิ้นสุด
    ระยะทางที่มีนั้นยังคงห่างไปเท่าเดิม

    . . .

    สายฝนยังคงตกอยู่ไม่เคยหยุด
    ในค่ำคืนที่ยามเช้าไม่เคยมาถึง

    . . .

    จดจำ ย้ำเตือน และลบเลือน
    วันเวลาเก่าๆ ด้วยความเหงา

    . . .

    นั่นแสงสว่างของวันใหม่ใช่ไหม
    หรือเป็นชั้นเองที่กำลังฝันไป

    . . .




     



    . . .

    Photo : Rain wallpaper By eltrenton111

    . . .








    May 04

    That time and day~*














    เหล่าบุปผาสีหวานกำลังผลิบานและร่วงหล่นอย่างเชื่องช้า



    หมุนควงไปไร้สมดุล ดูเนินนานราวกับไม่เคยเริ่มต้นและสิ้นสุด



    พร่างพรมให้ผืนดินเปลี่ยนแปลงสีสัน เหลือเพียงกิ่งใบที่ว่างเปล่า


    ลมหนาวถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและโดยหยาดฝนในไม่ช้า


    เมื่อฤดูร้อนนั้นได้จบลงและเธอได้เดินจากไป

    ความทรงจำได้กลายเป็นความฝัน

    ตั้งแต่ตอนนั้น ตั้งแต่วันนั้นเอง




     




    ชมพูพันธ์พร่างพราวผลิดอกดั่งทิพย์วิมาน

    ร่วงโรยสู่แดนดินแล้วสูญสิ้นดั่งฝันที่ไร้ตัวตน

    เช่นที่ไม่มีความงดงามใดคงอยู่ดั่งเดิมตลอดไป

    เพื่อให้ความงดงามเหล่านั้นคงอยู่เป็นนิรันดร์












    April 26

    Moon light~*










    ......


         จันทร์         ฤดี             อุ่น         หวน       



          แจ่ม          ต้อง            ไอ          คนึง       



           ฟ้า           ห่าง             ยัง         คิดถึง       



         ราตรี       ร้างไกล       อบอวล       นาง       


    .....



     















    April 06

    Walk With Me For a While












    อาจจะต้องใช้เวลาชั่วชีวิตเพื่อเรียนรู้ทั้งหมดของอีกชีวิตหนึ่ง

    ขอบข่ายของชีวิตติดอยู่กับสิ่งต่างๆเป็นร้อยพัน

    เส้นใยของความคิดทักทอชีวิตให้เป็นไปตามนั้น

    เหตุการณ์มากมายที่เป็นอยู่อย่างไม่อาจจะเข้าใจ

    บนท้องฟ้ามีดาวดวงอยู่มากเกินกว่าที่จะจดจำ

    ท้องทะเลกว้างกว่าจะว่ายวนจนทั่วได้

    แม้ห้วงเวลาของชีวิตหนึ่งจะมีอยู่อย่างจำกัด

    แต่แค่เวลาช่วงสั้นๆก็คงเพียงพอให้เราได้สัมผัสมัน

    ห้วงความฝันเหล่านั้นที่เรารั้งรอแสนนาน

    จดจำอยู่เลือนลาง อบอุ่นและคุ้นเคย




    ต้องใช้เวลาแค่ไหนคนเราถึงจะรู้จักกันได้ มันยากที่จะบอก
    เดินไปกับฉันอีกสักพัก ให้ฉันได้รู้จักเธออีกสักหน่อย จะได้ไหม
    ไม่เห็นต้องรีบร้อนมุ่งไป ยังมีหนทางอีกไกลให้เราได้ก้าวเดิน



      

    รูปประกอบจาก http://thejavajive.com/blog/







    March 26

    That Curse









    ...


    That day it hurt
    That way it curse
    That could be worst
    That love you search



    ...


    You not the frist
    It's not that hurt
    It's not that worst
    That curse you love



    ...


     









    March 21

    Would you wait ?









    ......


    สักวันหนึ่งข้างหน้า เราจะได้เจอกัน

    ...

    ผมจะได้พบคุณ ในสักวันหนึ่ง ผมมั่นใจ

    ...

    แล้วคุณจะหาชั้นเจอ ได้ยังไงล่ะ

    ...

    ผมจะตามหาไปทุกแห่ง จนเจอคุณ

    ...

    วันหนึ่งเราคงได้เจอกัน วันนั้น

    ...

    คุณจะรอไปตลอดกาลได้ไหม

    ...

    ทำไมชั้นต้องรอคุณ นานขนาดนั้นล่ะ

    ...

    เพราะผมจะหาคุณไปตลอดกาล


    ......



      
















    March 17

    What time and day ?









    เวลาเปลี่ยน ฤดูผัน หมื่นพันล้านสิ่ง
    ไม่สำคัญอะไร

    หัวใจ ยังไร้จังหวะ ว่างเปล่า
    ไม่เคยหยุด

    ท้องฟ้า ไม่มีอยู่ แต่มั่นคง
    อย่างนั้นรึ

    สายลม พัดไป ไม่กลับหลัง
    ไม่เลย

    ฤดูร้อน ผ่านมา อีกครั้ง
    ใช่ไหม

    ความทรงจำ กลายเป็น ความฝัน
    ตั้งแต่เมื่อไหร่



      









    March 09

    It's







    ภาพความฝัน สวยงาม ยังจดจำ
    หอมหวาน ไม่ลบ ลืมเลือน
    เสียงฝน สายลม แสงแดด
    ต้นไม้ ผลัดใบ หิมะ โปรยปราย
    ระยะทาง กับ วันเวลา
    ทุกอย่าง ต่างก็เป็น อย่างที่ มันเป็น

    ไม่เป็นไร ที่เธอ จะไม่รักฉัน
    ไม่เป็นไร ที่ฉัน จะไม่รักเธอ
    รักมัน ก็เป็น อย่างที่ รักเป็น
    เราต่าง ก็เป็น อย่างที่ เราเป็น
    มัน ไม่ เป็น ไร











    มีคนมาชอบดีไหม ก็ไม่รู้
    คงดีกว่ามีคนเกลียดมั้ง
    แต่เบื่อเวลาที่เธออยู่กันหลายๆคน
    พวกเธอมักจะลืมตัวพูดอะไรๆ
    ที่ผมไม่ควรได้ยิน ไม่ดีเลย
    เป็นผู้หญิงนี่ก็ลำบากเนอะ
    บอกรักผู้ชายซักคนก็ยากเย็น
    ก็คุยกันได้ถึงจะดูเป็นคนเงียบๆ
    แต่จะให้ไปชอบอะไรกัน
    ในแบบนั้นก็คงยังไม่ได้
    คนเราอยู่กันเฉยๆไม่ได้หรอ
    ทำไมต้องอยากมีใครซักคน
    ไปเรียนห้องเล็กต้องมีคนมาปลื้มทุกที
    คงใกล้ชิดกันมากเกินไปมั้ง
    ความจริงพวกเธอก็น่ารักดี
    เพียงแต่ว่าไม่ใช่เท่านั้นเอง
    บางครั้งผมก็คิดถึงพวกเธอ



    คนเราชอบกันรักกันที่ตรงไหน
    จะรู้ได้ยังไงว่าคนไหนที่ใช่
    อาจจะสวย อาจจะน่ารัก อาจจะชอบ
    แต่ก็แล้วไง บางครั้งมันก็แค่ไม่ใช่
    แล้วจะให้ทำยังไง เมื่ออะไรๆ
    ต่างก็เป็นอย่างที่มันเป็น



     








    March 03

    Rhythm~*








    ในความสงบเงียบ บางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว
    ความอ่อนโยนโอบอุ้มสิ่งต่างๆ เหล่านั้นไว้


    ทุกอย่างค่อยๆไหลไปอย่างเชื่องช้า
    ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ทั้งหมดสงบนิ่ง


    เส้นตรงลากยาวไม่รู้จบ
    เส้นโค้งลากข้ามอ่อนเอน
    ตัดกันไขว้ซ้อนสลับยุ่งเหยิง


    ความสงบนิ่งที่วางตัวอย่างมีรูปแบบ
    กลับโกลาหลและเคลื่อนไหวไปไม่หยุด



    ลิ้มรส สัมผัส รับฟัง สูดดม เฝ้ามอง
    ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ความสงบนิ่งขยับไหว



     




    สีสรรแปรเปลี่ยนปรับสลับแสงเงา

    ค่อยดังฟังเงียบเปรียบเทียบเทียมทัน

    สวรรค์เคลื่อนดาราคล้อยลอยต่ำ

    ย่ำย่องจังหวะก้องทั่วแดนแสนทวีป











    February 21

    Away~*











    เหนื่อยอ่อนหมดแรงกำลังเมื่อยล้า

    เดินไปภายในใจหมดแรงท้อถอย

    ทุกข์ทนกับความเป็นจริงที่ปวดร้าว

    ภาพเก่าคอยกัดกร่อนทำร้ายจิตใจ

    ยิ่งเดินต่อไปจุดหมายยิ่งห่างออกไปทุกที

    มองไม่เห็นหนทางจะก้าวเดินต่อ

    ดูตัวเองค่อยๆกลายเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ

    ปล่อยให้กาลเวลาเปลี่ยนแปลงเราไปทีละน้อย

    เปลี่ยนไปทุกอย่าง ไม่เหมือนเดิม

    ความเป็นจริง หดหู่ แสนเศร้า

    ความทรงจำ เปลี่ยวเหงา ห่างไกล



     



    หนทางยาวไกล อาจมีอะไรถูกหลงลืมสูญหาย

    อาจเป็นสิ่งใดที่ใจนั้นเคยโหยหาปรารถนา

    อาจนำพาให้ตัวเราเองนั้นจางหายไปกับวันเวลา

    หรือถ้าแย่กว่านั้น อาจเป็นเราที่ถูกผู้อื่นหลงลืม

    แต่เหมือนกับที่ของทุกอย่างนั้นหายไป

    เพื่อให้อะไรบางอย่างค้นพบมัน

    บางครั้งเราก็จำเป็นต้องหายตัวไป

    เพื่อให้ถูกค้นหาและถูกค้นพบอีกครั้ง


    ให้เวลากับมันสักหน่อย










    February 16

    Unknow World







    เรา ในโลกที่ทับซ้อนกัน
    เรา ยอมรับโลก อื่นๆ


    .............


    บางคน เข้ามา
    บางสิ่ง จากไป
    ฉัน เปิดใจ และ ยอมรับ

    บางครั้ง โลกดูสับสน ไม่เข้าใจ
    ในบางเวลา เรียบง่าย
    ฉัน สัมผัส และ ยอมรับ

    บางส่วน ละเมียดละไม
    บางสิ่ง กักขฬะ
    ฉัน เรียนรู้ และ ยอมรับ

    อดีต เดินหน้า
    อนาคต พ้นไป
    ฉัน เข้าใจ และ ยอมรับ

    ความจำ สูญหาย
    ใบหน้า ลบเลือน
    ฉัน ทำใจ และ ยอมรับ

    ใบหน้าที่สูญหาย
    กลายเป็นหนึ่ง
    ฉัน ไม่เข้าใจ แต่ ยอมรับ


    .............


    โลกอื่นๆ ที่เคยยอมรับ จากไป
    เหลือเพียงโลกหนึ่ง
    ที่ผู้อื่นไม่เข้าใจ
    สิ่งที่โหยหาจืดจาง
    ความต้องการหมดไป
    ฉันไม่ไขว้คว้าอะไร
    เพราะฉันเข้าใจ


    โลกอื่นๆ ที่จากลา ไม่เข้าใจ
    โลกเหล่านั้น ทับซ้อนกัน
    สับสน กักขฬะ
    อดีตและอนาคตสูญหาย
    ใบหน้าละเมียดละไม
    กลายเป็นหนึ่ง
    เพราะฉันไม่เข้าใจ


    .............


    ความจริงโลกเหล่านั้นเป็นหนึ่ง
    และว่างเปล่าเกินกว่าจะยอมรับ
    เพราะ เรา มองแต่โลกที่กระด้าง
    เรา เหล่านั้นห่างไกลออกไป

    ความจริงทุกสิ่งเป็นหนึ่ง
    และว่างเปล่าเกินกว่าจะยอมรับ
    เพราะ เรา มองแต่สิ่งที่กระด้าง
    เรา เหล่านั้นห่างไกลออกไป


    .............


    สิ่งทั้งหลายเป็นผลจากเหตุแห่งตน
    เหตุแห่งสรรพสิ่งกำหนดได้เป็นอนันตนัย
    ประจักษ์ได้โดยวิสัยผู้ลุแจ้งเองนั้น
    หากแต่เหตุหนึ่งส่งผลต่อเนื่องมิหยุดหย่อน
    เรา เป็นหนึ่งด้วย มหาเหตุ นั้น
    มหาเหตุนั้นเป็นใจเดิมแต่สิ่งอัน
    หากหยั่งแจ้งกระจ่างใจเดิมนั้น
    ย่อมรู้สรรพสิ่งได้โดยนัย


       


    เหตุนั้นห่างไกลออกไป
    จาก เรา ผู้ไม่รู้โลก












    February 11

    Love Is In The Air~*








    รักลอยเล่นลม
    อยากชื่นอยากชม
    อยากทุกข์อยากทม
    อยากสุขอยากสม


    ลมรักลอยเล่น
    ดั่งเช่นรักเธอ
    ฉันเพ้อพะวง
    มั่นคงหลงคอย


    รักเล่นลมลอย
    พลอยใจจืดจาง
    ร้างรักหักทิ้ง
    ชิงเด็ดเพียงดม


    ลอยลมเล่นรัก
    รอยพักตร์ลบเลือน
    ลอยเกลื่อนกลรัก
    รอยปักรักลวง


      


    Love is in the air
    แลจะเป็นรักลมลม
    สมนักเอนทรี่นี้
    Before Valentine









    January 28

    This Morning Blue






    I wake up in the morning
    And have nothing to do
    That's blue

    Stuck in memory
    Thinking about you
    Somehow it's make me blue

    Without a clue
    I missing you
    It's not gonna be cool

    This Morning Blue
    Without a clue
    I cry without you


     




    January 20

    Ashes of Time








    หนึ่งธุลีมีค่าไม่มากกว่ากองทราย
    แตกสลายไร้ผู้ครวญคิดจิตคำนึง


    ธุลีหนึ่งผู้คนบอกทรงคุณมากค่า
    แค่วาจาก็ตีค่าบอกราคาสรรพสิ่ง


    หนึ่งธุลีดาวพร่างพราวฟ้า
    อีกจันทราคนว่าควรค่าจริง


    ธุลีหนึ่งมณีแก้วแววแสงวับ
    งามระยับประจิตคิดแย่งชิง


    หนึ่งธุลีร่างนางบอกงามแท้
    งามแน่ทุกส่วนสัดดังจัดแต่ง


    ธุลีหนึ่งเพียงรักว่าเลอค่า
    เฝ้ามองหาค้นไปไกลหนแห่ง


    หนึ่งธุลีเราไร้ค่าหากว่าไป
    กลับให้ค่าราคาตนพ้นประมาณ


    ธุลีหนึ่งเหลือเพียงเถ้าพอเป่าหาย
    ดับชีพวายชนม์พ่นเพียงเถ้าธุลีกาล


     








    January 19

    Little~*






    "อีส้ม.." "มีกระไรรึ"

    "เพลาเอ็งอยู่คนเดียวคิดถึงข้าบ้างไหม"
    "ก็มีคิดถึงบ้าง ทำไมรึ"
    "เพลาเอ็งนอน เอ็งฝันถึงข้าบ้างไหม"
    "เอ็งจะพูดอะไรของเอ็งวะ ไอ้ขาม"

    "ก็เพลาข้าอยู่คนเดียวข้าคิดถึงเอ็ง ตอนข้าฝันก็ฝันถึงเอ็ง"
    "จริงรึ เอ็งคิดถึงข้าปานนั้นเชียว ก็เจอกันอยู่ทุกวันแท้ๆ"
    "และ เอ็งเป็นเหมือนข้าบ้างไหม"
    "ข้า..ก็ไม่รู้เหมือนกัน จู่ๆทำไมถึงมาถามข้าเล่า"

    "พ่อข้าบอกว่าถ้าข้าสูงได้เกณฑ์เมื่อไหร่ ต้องสักเลกไปเข้าเวรเดือนเว้นเดือน"
    "เช่นนั้นข้าคงไม่ได้เจอเอ็งทุกวันเหมือนเคยสินะ"
    "ข้าคิดว่าถ้าข้าไม่ได้เจอเอ็งนานๆ ข้าคงจะเหงา"
    "ยังอีกนานโขกว่าเอ็งจะสูงได้เกณฑ์เขา คิดไปไกลจริงนะเอ็งเนี่ย"
    "แล้วถ้าถึงเพลานั้นจริงๆ เอ็งจะคิดถึงข้าไหม"
    "ก็คงคิดถึงกระมัง ข้าก็มีแต่เอ็งเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เล็กแต่น้อย จะไม่คิดถึงกันได้เยี่ยงไรเล่า"

    "เห้อ เกิดเป็นทาสเป็นไพรนี่ลำบากแท้ ต้องไปเป็นขี้ข้าคอยรับใช้คนอื่นเขา"
    "เอ็งนี่ก็คิดโน้นคิดนี่จริงเชียว หนังสือยังไม่รู้สักตัวยังอยากจะเป็นเจ้าคนนายคน"
    "ก็เป็นคนเหมือนกันทำไมต้องแบ่งเจ้าแบ่งข้า ข้าว่าสักวันหนึ่งคนเราคงเสมอกันได้"
    "วะ เอ็งนี่พูดมากจริงนะ ไอ้ขาม ไปเถอะตะวันจะตกแล้ว เดี๋ยวเอ็งก็โดนพ่อตีหรอก"
    "เออ งั้นรีบไปเถอะ ใครวิ่งถึงบ้านข้าก่อนคนนั้นชนะ ถ้าข้าชนะคืนนี้เอ็งต้องฝันถึงข้านะ"



    ทั้งคู่ลุกจากที่นอนคุยกัน และออกวิ่งจากใต้ต้นมะม่วงที่ปลายนา

    ดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำ ความรักเกิดขึ้นแต่ใดกันฉันอยากรู้


     




    January 18

    Keep Smiling~*






    หญิงสาวผลักประตูกระจก ใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม

    ชายหนุ่มเงยหน้ามอง และฉีกยิ้มให้เธอ



    "ไม่เจอกันนานเลยนะ เป็นยังไงบ้าง"
    เธอเริ่มบทสนทนาของเธอ
    "ก็ยังเรื่อยเปื่อยเหมือนเดิมแหละ ความจริงคำถามนั้นผมต้องเป็นคนถามไม่ใช่หรอ"
    เขาเริ่มบทสนทนาของเขา

    "นั่นสินะ คุณก็ยังอยู่ที่เดิม ทำงานที่เดิม พูดเหมือนๆเดิม คงมีแต่ชั้นที่เปลี่ยนไปจริงๆ"
    "นั่นสินะ คุณเปลี่ยนไปมากจริงๆ อยู่ที่โน้นเป็นไงบ้างละ เออ แล้วเอาเหมือนเดิมไหม"

    "ไม่ละ ชั้นขออเมริกาโน่แก้วนึง ขอของหวานพิเศษวันนี้ด้วยนะ"
    "วันนี้มีทาร์ตสตอเบอรี่กับบราวนี่นะ เอาสองอย่างเลยเนอะ นั่งรอก่อนก็ได้เดี่ยวตามไปนะ"

    "ไม่ละ ชั้นจะรออยู่ตรงนี้แหละ จะได้เดินไปพร้อมกันไง"
    "ฮ่ะๆๆ คุณเปลี่ยนไปจริงๆนะ ได้รอแปบนะ แต่ว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย กลับมาเที่ยวหรอ"
    "ใช่ ชั้นเปลี่ยนไปแล้ว ความจริงที่ชั้นกลับมาก็เพื่อจะคุยกับคุณนั้นแหละ"
    "มีอะไรเหรอ คุณต้องบินมาคุยกับผมเชียวหรอ เบอร์โทรศัพท์ผมก็ยังเบอร์เดิมนะ"

    "ชั้นมีเรื่องบางอย่างที่ต้องมาพูดกับคุณตัวต่อตัว ชั้นอยากจะเห็นตอนที่คุณตอบ"
    "โอเคผมเข้าใจและ กาแฟเรียบร้อย ไปกันเถอะ"

    "ตรงนี้แล้วกัน ปีนี้เมืองไทยหนาวกว่าทุกครั้งที่ชั้นมาเลยนะเนี่ย"
    "ผมดีใจที่หนาวแบบนี้ อยากให้หนาวนานอีกหน่อย"

    "คุณก็บ่นแบบนี้ทุกที ถ้าอยากหนาวตลอดก็ไปอยู่ที่อื่นสิ"
    "นั่นสินะ ผมจะบ่นไปทำไมเปล่าประโยชน์จริงๆ"
    "คุณเพิ่งจะเข้าใจรึไงกัน ว๊าวของทาร์ตสตอเบอรี่อร่อยแหะ"
    "ดูคุณมีความสุขจังเลยนะ บอกผมได้รึยังคุณจะคุยกับผมเรื่องอะไรหึ"

    "ลองเดาดูสิ ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก เดาไม่ถูกละสิ ดูที่มือซ้ายชั้นสิ"
    "คุณกลับมาบอกผมเรื่องนี้ทำไมละ เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันอีกแล้วนิ"
    "ไม่ได้หรอกยังไงชั้นก็ต้องบอกคุณ นี่เป็นแหวนหมั้น ชั้นจะแต่งงานหลังจากกลับไป"
    "เหรอ ยินดีด้วยนะ มีความสุขมากๆนะ"

    "คุณก็ยังชอบเก็บความรู้สึกเหมือนเดิมนะ ความจริงคุณคงอยากร้องไห้มากกว่ามั้ง"
    "ผมก็อยากร้องไห้เหมือนกันนะ แต่ว่าอย่าดีกว่า ผมควรจะยิ้มให้คุณถึงจะถูก ใช่ไหม"

    "ก็คงใช่ เรื่องระหว่างเรามันไปไม่รอดอยู่ ไม่ว่าชั้นจะทบทวนก็ทีมันก็ไม่มีทางลงตัว"
    "อืม ถึงจะมีเรื่องราวดีๆมากมายให้จดจำ แต่มันก็จบลงไปแล้ว ผมว่าแบบนี้ก็ดีสำหรับเราทั้งคู่แล้วแหละ"
    "เนอะ แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว และเมื่อไรจะแต่งงานกับเค้าบ้างละพ่อหนุ่ม"

    "ไม่รู้เหมือนกันแหะ แต่ถ้าเจอแบบคุณอีก ผมขอไม่แต่งดีกว่านะ ฮ่ะๆๆ"
    "ทำพูดดี แบบคุณชั้นก็ไม่แต่งเหมือนกันนะแหละ ชิ"
    "โอ๋ๆๆ ไม่งอนนะ ไม่งอน ไม่เอาน่ามีอารมณ์ขันหน่อย จะเป็นเจ้าสาวแล้วนะเรา"
    "จ้ะๆๆๆ ไม่งอนๆ ไว้จะส่งรูปมาให้ดูนะ เจ้าสาวสวยมากขอบอก หุ หุ"
    "โอเคเลย อ้อเดี๋ยวเอาอะไรมาให้แปบนึงนะ มันอยู่ในร้านนะ"
    "อะไรหรอ นี่เอาน้ำเปล่ามาให้ด้วยนะ"

    "อะนี่น้ำ แล้วก็นี่อัลบั้มรูปของเรา ผมให้คุณเก็บไว้เผื่อคิดถึงจะได้ไม่ต้องบินมาน่ะ"
    "ประชดรึเปล่าเนี่ย เอามาให้ทั้งอัลบั้มเลย เดี๋ยวนี้เค้าให้เป็นไฟล์กันแล้ว"
    "เอาน่าผมอยากให้คุณ เก็บไว้เป็นของขวัญวันแต่งงานแล้วกันนะ"
    "ไม่เห็นตั้งนานแล้ว ขอเปิดดูหน่อยนะ เอะนี่รุปใหม่นี่ คุณดูมีความสุขจังไม่เหมือนปกติเลยนะ"
    "เพื่อนมันถ่ายผมตอนเปิดดูอัลบั้มนี้นะแหละ ตอนผมดูรูปคุณพอดี"
    "อย่าๆ ชั้นไม่ตกหลุมหรอกน่า แต่มุกนี้ใช้ได้เลยนะเนี่ย"
    "อ้าว ผมนี่พูดจริงๆนะ ตอนนี้คุณก็ยิ้มอยู่เหมือนกันนิ ไม่ใช่หรอ"

    "นั่นสินะ ชั้นก็ยิ้มอยู่จริงๆนะแหละ เอะ กี่โมงแล้วเนี่ยต้องไปแล้วเดี่ยวไม่ทัน"
    "อ้าว แล้วค่ากาแฟกับขนมละ จะชักดาบอีกแล้วหรอ"
    "เลี้ยงหน่อยน่า เลี้ยงเจ้าสาวหน่อยน่า นะ นะ ไปก่อนและ"
    เธอจบบทสนทนาของเธอ
    "อย่างงี้ทุกทีสิน่า วันหลังโทรมาคุยก็ได้นะถ้าคิดถึงอะ บินมามันเปลือง เปลืองกาแฟผมด้วย"
    เขาจบบทสนทนาของเขา


    เขาและเธอยิ้มให้กัน

     

    เรื่องราวจบลง รอยยิ้มควรยังอยู่