Vanilla's profileVanilla Day Dream~*PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 04

    KissOfDeath









    ที่ข้างนอกนั่นช่างสวยงาม มันช่างดูสวยงาม
    ฉันอยากจะออกไป สัมผัสเมฆแสนสวย และท้องฟ้าสีสดใสนั่น สักครั้งหนึ่ง
    แต่ดูเหมือนมันช่างห่างไกล ไกลเกินกว่าฉันจะยื่นมือออกไปสัมผัสได้

    ฉันเฝ้ามองมันวันแล้ววันเล่า วันแล้ววันเล่า
    โดยที่ความคิดและวิญญาณของฉันยังคงติดอยู่กับความเป็นจริงนี้
    ทุกข์ทนกับมันและมองดูสิ่งสวยงามนอกกรอบนั่น

    ฉันหลับตาแล้วบอกกับตัวเองว่าพอเถอะ พอเสียที
    ได้เวลาแล้วสินะ ฉันเปิดมันออกก้าวถอยหลังกลั้นลมหายใจ
    แล้ววิ่งออกไปเท่าที่จะมีแรง เพื่อออกไปสัมผัสท้องฟ้านั่น

    ฉันสูดกลิ่นไอของท้องฟ้าอย่างสบายใจ ราวกับว่าฉันมีปีกพร้อมที่จะบิน
    มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันรู้สึกจริงๆ ว่าฉันกำลังบินอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ

    แล้วจู่ๆทุกอย่างก็ดูเหมือนจะดิ่งลงไปสู่จุดเพียงจุดเดียว
    จุดที่ความตายจะค้นพบฉัน แรงดึงดูดยังคงทำหน้าที่ของมัน

    เสียงดังขึ้นและก้องอยู่ในหู ร่างกายบิดเบี้ยวกระตุกเกร็ง
    เลือดกระเซ็นออกและค่อยๆไหลล้นออกมาตามหลัง

    ดูราวกับกลีบกุหลาบกำลังค่อยๆผลิบานออกอย่างช้าๆ
    ในช่วงเวลาที่เจ็บปวดและแสนยาวนานนั้นเอง

    ฉันได้จุมพิตและสวมกอดความตายนั้น
    เฉกเช่นที่ฉันได้ให้ความรักเหล่านั้นแก่ชีวิต



    "ถ้าหากชีวิตเป็นเพียงการเดินทางเพื่อให้เราไปจบลงยังท่าแห่งความตาย"

    "และไม่มีอะไรคงทนอยู่ได้ ก็คงมีเพียงความรักที่ฉันอยากให้มันอยู่ได้ตลอดไป"


    ฉันได้แต่คิดก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดลง














    "อาจมีเพียงบางคนได้ถูกขนานนามว่าคือยอดแห่งศิลปิน"
    "แต่เราทุกคนต่างคือผลงานศิลปะของชีวิตและความตาย"
    "เรียบง่ายและสวยงาม ไม่มากหรือน้อยกว่านั้น"


    แด่เพื่อนผู้เกิดและตาย ... ยินดีที่ได้รู้จักกันอีกครั้งหนึ่ง











    June 25

    I Dream About You~*















    ฉันฝัน . . . ถึงเรื่องราว . . . มากมาย
    ฉันฝัน ฉันฝันถึงเธออีกแล้ว


    ฉันฝันถึงเธอเป็นครั้งที่เท่าไรกันนะ
    ทั้งที่ฉันแทบจะจำอะไรเกี่ยวกับเธอไม่ได้อีกแล้ว


    ถ้อยคำที่เราเคยใช้โต้ตอบกันเป็นแบบไหน
    เราแทนตัวเองเวลาที่พูดกันว่ายังไง


    ช่วงเวลาที่เราเดินไปด้วยกัน เหมือนมันจะหายไป
    เพราะฉันจำเรื่องอะไรพวกนั้นไม่ได้เลยสักนิด


    แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้ฝัน ฝันถึงเธออีกแล้ว ทำไมกัน
    ฉันอาจจะเข้าใกล้ เข้าใกล้เธอไปอีกนิดแล้วละมั้ง



    นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน มันนานแค่ไหน
    เรามาได้ไกลแค่ไหนแล้ว และจะไปได้ไกลอีกเท่าไหร่
    คงไม่มีใครรู้ และถึงยังไงฉันก็คงได้แต่ฝันถึงเธอเท่านั้น



    ฉันหวังว่าเธอจะมีชีวิตที่ดี หวังว่าเธอคงมีความสุขดี
    และหวังให้เธอนั้นได้นอนหลับฝันดี
    ไม่ว่าเมื่อไร ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน
    คืนนี้ฉันจะฝันและมองดูเธอหลับฝันดี




    . . . .ในฝัน . . . .










    . . .


    : Photo :

    "When I dream at night"

    'Cause I only feel alive
    when I dream at night
    even though she's not real it's all right


    By Menoevil

    . . .





    June 16

    Imaginary Friends












    Q : ทำไมเด็กไทยถึงไม่มีเพื่อนในจินตนาการ ?





    A : เพราะเด็กไทยถูกสอนให้ไร้จินตนาการ












    May 23

    Rainy Night~*










    . . .

    เวลาจากวันนั้นเหมือนไม่เคยสิ้นสุด
    ระยะทางที่มีนั้นยังคงห่างไปเท่าเดิม

    . . .

    สายฝนยังคงตกอยู่ไม่เคยหยุด
    ในค่ำคืนที่ยามเช้าไม่เคยมาถึง

    . . .

    จดจำ ย้ำเตือน และลบเลือน
    วันเวลาเก่าๆ ด้วยความเหงา

    . . .

    นั่นแสงสว่างของวันใหม่ใช่ไหม
    หรือเป็นชั้นเองที่กำลังฝันไป

    . . .




     



    . . .

    Photo : Rain wallpaper By eltrenton111

    . . .








    May 04

    That time and day~*














    เหล่าบุปผาสีหวานกำลังผลิบานและร่วงหล่นอย่างเชื่องช้า



    หมุนควงไปไร้สมดุล ดูเนินนานราวกับไม่เคยเริ่มต้นและสิ้นสุด



    พร่างพรมให้ผืนดินเปลี่ยนแปลงสีสัน เหลือเพียงกิ่งใบที่ว่างเปล่า


    ลมหนาวถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและโดยหยาดฝนในไม่ช้า


    เมื่อฤดูร้อนนั้นได้จบลงและเธอได้เดินจากไป

    ความทรงจำได้กลายเป็นความฝัน

    ตั้งแต่ตอนนั้น ตั้งแต่วันนั้นเอง




     




    ชมพูพันธ์พร่างพราวผลิดอกดั่งทิพย์วิมาน

    ร่วงโรยสู่แดนดินแล้วสูญสิ้นดั่งฝันที่ไร้ตัวตน

    เช่นที่ไม่มีความงดงามใดคงอยู่ดั่งเดิมตลอดไป

    เพื่อให้ความงดงามเหล่านั้นคงอยู่เป็นนิรันดร์












    April 26

    Moon light~*










    ......


         จันทร์         ฤดี             อุ่น         หวน       



          แจ่ม          ต้อง            ไอ          คนึง       



           ฟ้า           ห่าง             ยัง         คิดถึง       



         ราตรี       ร้างไกล       อบอวล       นาง       


    .....



     















    April 17

    Temperature~*








    ช่วงไม่มีรู้จะอัพอะไรดี เบื่อเรื่องราวในบ้านเมืองกับอุณหภมิที่แสนร้อนในเดือนเมษา
    อยากจะบอกคนที่แบ่งสีกันแล้วบอกอีกสีผิดว่า คุณ คุณ คุณ และก็คุณเป็นคนทำให้บ้านเมืองเรามาถึงจุดนี้ได้
    มันไม่ได้สำคัญว่าใครผิดหรอกนะ แต่ที่สำคัญคือเราจะอยู่ร่วมกันต่อไปยังไงมากกว่า
    เพิ่งเคยจะคิดว่าการที่คนไทยเคยลืมอะไรง่ายๆเป็นเรื่องดี ก็ตอนนี้แหละ แต่ก็ช่างเถอะเข้าเรื่องดีกว่า



    อุณหภูมิเฉลี่ยโดยปกติของร่างกายของเราอยู่ที่ประมาณ 37 °C อาจจะมีขึ้นลงบ้างเล็กน้อย
    และร่างกายของเราต้องทำงานอย่างหนักที่จะคงอุณหภูมินี้ไว้ เพื่อให้ระบบต่างๆทำงานได้ปกติ
    การควบคุมอุณหภูมิร่างกายของเราอาจดูเป็นเรื่องยาก
    แต่ถ้าใครเคยเห็นสารคดีเกี่ยวการนั่งสมาธิของลามะที่เนปาล
    หรือสารคดีเกี่ยวกับลามะสายธิเทตที่ฝึกการเพิ่มอุณหภมิของร่างกาย
    (ความจริงลามะชาวเนปาลที่พูดถึงก็เคยไปฝึกฝนจากสายธิเบตนี่แหละ)
    ก็จะรู้ว่าสามารถทำไม่ยากมาก ความจริงผมก็เคยลองมาก่อนจะได้ดูเรื่องพวกนี้แล้ว
    จะพูดให้ถูกต้องมันก็คือการเร่งกระบวนการ Metabolism ของร่างกายเหมือนกับตอนที่เราเป็นไข้
    ใครมีสมาธิดีๆก็ทำได้ไม่ยาก(รึเปล่า) แต่ที่ยากก็คือการคุมอุณหภูมิให้คงที่
    ถ้าไปใครไปลองทำแล้วลุกไหม้จากภายในอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ -0-
    อาจารย์ทางสายอานาปานุสสติและสายธรรมกายได้บอกวิธีป้องกัน
    (ธรรมกายก็คือ
    อานาปานุสสติอยู่ดี แล้วจะพิมพ์แยกทำไมนิ - -*)
    อาการที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายในตอนที่ทำกรรมฐานไว้ด้วย
    นั่นก็คือการกรอกตาเราขึ้นสูงภายในเปลือกตา โดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดไว้
    คิดว่าน่าจะเป็นการดึงสติกลับมาซะมาก แต่จากเหตุการณ์การจริงแล้วมันมากกว่านั้นอีกนิด
    ถ้าจะให้อธิบายอาการนี้ได้เข้าใจมากขึ้นอาจจะแทนด้วยคำว่า ธาตุไฟเข้าแทรก
    เพราะความจริงแล้วกำลังภายในของจีนนั้นก็มาจากอินเดีย
    จะว่าไปแล้วก็นับว่ากำลังภายในยกระดับ การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย ไปอีกขั้น
    ด้วยการควบคุมพลังงานเหล่านั้นไปตามที่ต้องการ แถมประยุกต์กับการต่อสู้อีกต่างหาก
    ลองทำดูก็สนุกดีนะ แต่ว่าจะยากหน่อย
    เพราะอุณหภูมิของคนเราจะอยู่บริเวณกึ่งกลางของร่างกาย
    ตามแขนขามันอุณหภูมิต่ำกว่าเยอะขยับไปลำบาก
    แต่ก็ไม่รู้ว่าของต้นฉบับเค้าทำได้เวอร์เหมือนในหนังรึเปล่า
    แต่ที่เคยเห็นอาจารย์บู้ตึ๊งก็่ผลักคนกระเด็นไปล้มกลิ้งไกลประมาณ10กว่าก้าวเท่านั้นเอง
    ถึงสายบู้ตึ๊งจะไม่ได้มีรากฐานเหมือนกับสายเส้าหลิน ที่มาจากอินเดียจริงๆ แต่ก็คงคล้ายๆกัน



    แต่ที่เอาการเร่ง Metabolism มาใช้บ่อยๆตอนลดน้ำหนัก ตลกดีนะ
    ปกติผมกินตามสบายไม่ได้คุมอะไร พอ น.น. เวอร์มากเข้าก็จะลดที
    พ่อแม่เคยไปเที่ยวมาเลย์10กว่าวัน
    ผมควบคุมอาหารถึงขั้นกินกันตาย กับเร่งอุณหภูมิร่างกายไปในระดับหนึ่ง
    ส่วนที่ยากคือการทำให้อุณหภูมิคงที่อย่างนั้น พร้อมกับทำเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวัน
    ไม่รู้ว่าอะไรส่งผลมากกว่ากันนะ แต่ก็ลดได้ประมาณ10กว่าโล
    ใครอยากลองก็ลองได้นะ ถ้าเคยทำสมาธิิมาบ้างคงทำง่าย
    ตอนผมทำครั้งแรกก็แค่คิดว่าจะลองเร่งดูเท่านั้นเอง
    ถ้าไม่เคยอาจจะยากหน่อย กระบวนการจริงๆอาจจะซับซ้อน
    แต่การใช้ใจควบคุมนั้นมันง่ายดาย แค่นึกไปเท่านั้นมันก็ส่งผลแล้ว
    ให้ลองนึกภาพเทียนไว้ในหัวแต่ว่าเอามาไว้ภายในร่างกาย
    แล้วพยายามควบคุมมันให้คงที่ พอทำได้ก็นึกไฟที่มากขึ้นกว่าเดิม
    ถ้าควบคุมไม่ได้ก็ให้กรอกตาขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันนะ ขอย้ำอีกทีถ้าอยากลองทำ



    ช่วงต้นหน้าร้อนนี้ผมก็ลองทำกลับกันก็คือการลดอุณหภูมิร่างกายดู
    ลองลดดูมันก็เย็นจริงๆนะ แต่ดูเหมือนว่าการจิตนาการความอบอุ่นคงง่ายกว่า
    ส่วนใหญ่ที่คนเห็นและใช้ถึงเป็นการเร่งอุณหภูมิซะมาก
    เหมาะกับหน้าร้อนดีนะ ฮ่าๆ แต่ว่าก็มีอาการเหมือนกันนะถ้าคุมไม่อยู่
    ลองปล่อยให้มันเป็นดูและ แต่ก็กันและแก้ได้ด้วยวิธีเดียวกัน
    ถ้าอยากลองก็จินตนาการน้ำแข็งเอาไว้ภายในหน้าอกก่อนก็ได้
    แต่ความจริงแค่เอาให้ร่างกายเราอยู่ในอุณหภูมิปกติก็พอนะ ไม่ต้องถึงกับเย็นหรอก
    ความจริงผมว่าไปควบคุมมันมากมายก็ไม่ดีหรอกนะ
    ร่างกายมันปรับให้เข้ากับธรรมชาติมากที่สุดและ
    แต่ว่าก็เอาไปใช้ในเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิร่างกาย เพื่อให้มีชีวิตรอดได้นะ
    ที่ผมเอามาใช้มันคงไร้สาระไปหน่อยแต่ก็นะเอามาเล่นหน่อยคงไม่เป็นไร
    เล่าเรื่องไร้สาระมาอย่างยาว ก็ไม่รู้มันจะมีประโยชน์รึเปล่า
    ก็แค่เล่าให้ฟังไปงั้นแหละ ไม่มีเรื่องไรจะเ่ล่า ฮ่าๆๆๆๆ ไปแล้วจ้า มีอะไรสงสัยก็ถามได้
    เพิ่ม Categoryใหม่ไว้ด้วยเลย *0*



    แหวกแนวไปรึเปล่า พอดีผมเห็นคนไทยควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้เดือดดาลใส่กันตลอด
    เหอะๆ












    April 06

    Walk With Me For a While












    อาจจะต้องใช้เวลาชั่วชีวิตเพื่อเรียนรู้ทั้งหมดของอีกชีวิตหนึ่ง

    ขอบข่ายของชีวิตติดอยู่กับสิ่งต่างๆเป็นร้อยพัน

    เส้นใยของความคิดทักทอชีวิตให้เป็นไปตามนั้น

    เหตุการณ์มากมายที่เป็นอยู่อย่างไม่อาจจะเข้าใจ

    บนท้องฟ้ามีดาวดวงอยู่มากเกินกว่าที่จะจดจำ

    ท้องทะเลกว้างกว่าจะว่ายวนจนทั่วได้

    แม้ห้วงเวลาของชีวิตหนึ่งจะมีอยู่อย่างจำกัด

    แต่แค่เวลาช่วงสั้นๆก็คงเพียงพอให้เราได้สัมผัสมัน

    ห้วงความฝันเหล่านั้นที่เรารั้งรอแสนนาน

    จดจำอยู่เลือนลาง อบอุ่นและคุ้นเคย




    ต้องใช้เวลาแค่ไหนคนเราถึงจะรู้จักกันได้ มันยากที่จะบอก
    เดินไปกับฉันอีกสักพัก ให้ฉันได้รู้จักเธออีกสักหน่อย จะได้ไหม
    ไม่เห็นต้องรีบร้อนมุ่งไป ยังมีหนทางอีกไกลให้เราได้ก้าวเดิน



      

    รูปประกอบจาก http://thejavajive.com/blog/







    March 26

    That Curse









    ...


    That day it hurt
    That way it curse
    That could be worst
    That love you search



    ...


    You not the frist
    It's not that hurt
    It's not that worst
    That curse you love



    ...


     









    March 21

    Would you wait ?









    ......


    สักวันหนึ่งข้างหน้า เราจะได้เจอกัน

    ...

    ผมจะได้พบคุณ ในสักวันหนึ่ง ผมมั่นใจ

    ...

    แล้วคุณจะหาชั้นเจอ ได้ยังไงล่ะ

    ...

    ผมจะตามหาไปทุกแห่ง จนเจอคุณ

    ...

    วันหนึ่งเราคงได้เจอกัน วันนั้น

    ...

    คุณจะรอไปตลอดกาลได้ไหม

    ...

    ทำไมชั้นต้องรอคุณ นานขนาดนั้นล่ะ

    ...

    เพราะผมจะหาคุณไปตลอดกาล


    ......



      
















    March 17

    What time and day ?









    เวลาเปลี่ยน ฤดูผัน หมื่นพันล้านสิ่ง
    ไม่สำคัญอะไร

    หัวใจ ยังไร้จังหวะ ว่างเปล่า
    ไม่เคยหยุด

    ท้องฟ้า ไม่มีอยู่ แต่มั่นคง
    อย่างนั้นรึ

    สายลม พัดไป ไม่กลับหลัง
    ไม่เลย

    ฤดูร้อน ผ่านมา อีกครั้ง
    ใช่ไหม

    ความทรงจำ กลายเป็น ความฝัน
    ตั้งแต่เมื่อไหร่



      









    March 09

    It's







    ภาพความฝัน สวยงาม ยังจดจำ
    หอมหวาน ไม่ลบ ลืมเลือน
    เสียงฝน สายลม แสงแดด
    ต้นไม้ ผลัดใบ หิมะ โปรยปราย
    ระยะทาง กับ วันเวลา
    ทุกอย่าง ต่างก็เป็น อย่างที่ มันเป็น

    ไม่เป็นไร ที่เธอ จะไม่รักฉัน
    ไม่เป็นไร ที่ฉัน จะไม่รักเธอ
    รักมัน ก็เป็น อย่างที่ รักเป็น
    เราต่าง ก็เป็น อย่างที่ เราเป็น
    มัน ไม่ เป็น ไร











    มีคนมาชอบดีไหม ก็ไม่รู้
    คงดีกว่ามีคนเกลียดมั้ง
    แต่เบื่อเวลาที่เธออยู่กันหลายๆคน
    พวกเธอมักจะลืมตัวพูดอะไรๆ
    ที่ผมไม่ควรได้ยิน ไม่ดีเลย
    เป็นผู้หญิงนี่ก็ลำบากเนอะ
    บอกรักผู้ชายซักคนก็ยากเย็น
    ก็คุยกันได้ถึงจะดูเป็นคนเงียบๆ
    แต่จะให้ไปชอบอะไรกัน
    ในแบบนั้นก็คงยังไม่ได้
    คนเราอยู่กันเฉยๆไม่ได้หรอ
    ทำไมต้องอยากมีใครซักคน
    ไปเรียนห้องเล็กต้องมีคนมาปลื้มทุกที
    คงใกล้ชิดกันมากเกินไปมั้ง
    ความจริงพวกเธอก็น่ารักดี
    เพียงแต่ว่าไม่ใช่เท่านั้นเอง
    บางครั้งผมก็คิดถึงพวกเธอ



    คนเราชอบกันรักกันที่ตรงไหน
    จะรู้ได้ยังไงว่าคนไหนที่ใช่
    อาจจะสวย อาจจะน่ารัก อาจจะชอบ
    แต่ก็แล้วไง บางครั้งมันก็แค่ไม่ใช่
    แล้วจะให้ทำยังไง เมื่ออะไรๆ
    ต่างก็เป็นอย่างที่มันเป็น



     








    March 08

    Journey~*







    เล่าเรื่องเมื่อวันศุกร์ ตื่นมาตอน10โมงแบบงงๆ คงเพราะความร้อน
    นัดอาจารย์ไว้จะไปช่วยตรวจงาน แต่นอน6โมงเช้า = =
    กว่าจะทำโน้นทำนี่ ไปถึงก็บ่ายๆแวะโอนเงินอีก
    ซื้อสตอเบอรี่ปั่นมากินคลายร้อนก่อนเข้าห้องอาจารย์
    เจอรุ่นพี่นั่งทำข้อสอบอยู่เลยแอบเข้าไปช่วยทำ
    อาจารย์เสร็จธุระนั่งคุยกันพักนึงก็บอกว่าไม่ว่าง
    จะไปงานน้องเอียวที่จุฬาฯกับภาคเค้า
    แล้วนัดมาทำไมนิ (ความจริงตัวเองมาสายเอง เหอะๆ)
    ก็เลยตัดสินใจไปงานธรรพวาทิตแบบงงๆ ก็ไม่คิดว่าจะได้ไป
    ก่อนออกก็เดินแวะไปอีกร้านซื้อกีวี่ปั่นมากินแก้ร้อนระหว่างเดินทาง
    ขึ้น 522 คนเยอะโคตร เจอหนุ่มน้อยอายุไม่ถึงขวบ
    เด็กน้อยร้องงอแง แต่ก็ไม่มีใครลุกให้นั่ง
    พ่อเด็กก็เลยนั่งแถวๆคนขับ เพื่อจะได้อุ้มได้ถนัด
    ลงรถที่อนุสาวรีย์ ลงมาเจอคนเยอะๆ ก็หลอนๆหลงๆ
    เป็นอาการเดิมๆ ของคนไม่ค่อยได้ไปไหน
    มันเป็นโรคเก่าเก็บสมัยเด็กๆ ที่กลัวสายตาผู้คน
    พอนั่งรถไฟฟ้ามาลงสยามก็พอเข้าใจ
    ว่ามันเป็นอาการจากการถือสันโดดมากเกินไป
    อาจเพราะความเป็นคนรับรู้อะไรดีเกินไป
    เวลามีอะไรเข้ามามากเกินไป มันทำให้ปวดหัว
    ความจริงก็ไม่ค่อยได้พาตัวเองไปไหนซักเท่าไร
    วันนี้ก็เดินทางมาแบบมึนๆ โดยที่จำไม่ได้ว่างานจัดตรงไหนอีกต่างหาก
    แต่ว่าเวลาเหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมง ไม่ต้องรีบ
    ลองโทรไปถามคุณน้องเอียวก็ไม่รับสาย คงเตรียมตัวอยู่
    เลยโทรถามคุณเพื่อนที่ร่ำเรียนอยู่ที่นี่ ทราบจุดหมายที่ต้องไป
    บอกตามตรงว่าเข้าใกล้จุฬาฯมากที่สุด
    ก็ตรงศูนย์หนังสือจุฬาฯฝั่งสยาม กะเคยไปตรงคณะสถาปัตย์ทีนึง
    วันนี้ก็เข้าไปศูนย์หนังสือ เดินตามที่เพื่อนบอกซึ่งดูเหมือนจะผิด
    เริ่มจากทันตฯตรงทางเข้าเลี้ยวซ้ายผ่านสัตว์แพทย์
    ไม่เหมือนที่บอกมาเลยถามลุงยามทีนึง
    เดินต่อออกไปริมถนน เดินผ่านเตรียมอุดมฯ
    ถึงทางเข้าตรงอักษรฯ ถามพี่วินฯหาหอประชุมใหญ่
    ตึกอักษรฯสวยดีอะ เดินทะลุตึกอักษรฯก็เจอหอประชุมใหญ่
    ถึงราวๆหกโมงพอดี การแสดงดีเลย์นิดหน่อย
    ชอบคอนเซ็ปงานนะ ดีมากเลย อธิบายให้คนที่ไม่รู้เข้าใจด้วย
    ตอนงานจบว่าจะเข้าไปทักทายน้องเอียวซะหน่อย
    พอเห็นคนมีความสุขแล้วสบายใจก็เลยไม่ได้ไปทักทาย ยินดีด้วยนะจ้ะ
    นั่งดูต่ออีกซักพักก็เดินออกมา ใช้การคำนวณในหัวหาทางที่ใกล้ที่สุด
    แล้วเดินตรงข้ามกับตอนที่เข้ามา ผ่านศิลปศาสตร์กะถาปัดมั้งมืดๆมองไม่ค่อยเห็น
    ออกมาเดินเรียบริมรั้วไปขึ้นรถตู้ฝั่งตรงข้ามมาบุญครองกลับบ้าน
    ปวดสไปนอลคอร์ดมาก สงสัยจะเดินเยอะเกินไป
    เวลาไม่เร่งรีบอะไร ชอบเดินไปเรื่อยๆสบายใจดี แต่วันนี้เดินมากไป +.+
    ลงงามวงศ์วานแวะกินรสหนึ่งลูกชิ้นปลา ที่ไม่เคยไปกินอีกนั่นแหละ
    ซัดไปสองชามเพราะตอนกลางวันกินแต่น้ำปั่น กลับบ้านมานั่งเล่นเกมส์ยันเช้า
    ดูเหมือนที่เล่ามาหาสาระไม่ได้เลย แต่ว่าลองสรุปมันซะหน่อย




    ไม่รู้ทางที่จะไปไม่เป็นไร
    หนทางยังมีให้เดินมากมาย
    แต่ถ้าหลงลืมจุดหมาย
    ไม่ว่าวันไหนก็คงไปไม่ถึง




     








    March 03

    Rhythm~*








    ในความสงบเงียบ บางสิ่งกำลังเคลื่อนไหว
    ความอ่อนโยนโอบอุ้มสิ่งต่างๆ เหล่านั้นไว้


    ทุกอย่างค่อยๆไหลไปอย่างเชื่องช้า
    ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ทั้งหมดสงบนิ่ง


    เส้นตรงลากยาวไม่รู้จบ
    เส้นโค้งลากข้ามอ่อนเอน
    ตัดกันไขว้ซ้อนสลับยุ่งเหยิง


    ความสงบนิ่งที่วางตัวอย่างมีรูปแบบ
    กลับโกลาหลและเคลื่อนไหวไปไม่หยุด



    ลิ้มรส สัมผัส รับฟัง สูดดม เฝ้ามอง
    ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ความสงบนิ่งขยับไหว



     




    สีสรรแปรเปลี่ยนปรับสลับแสงเงา

    ค่อยดังฟังเงียบเปรียบเทียบเทียมทัน

    สวรรค์เคลื่อนดาราคล้อยลอยต่ำ

    ย่ำย่องจังหวะก้องทั่วแดนแสนทวีป











    February 28

    Return Of The King








    มันกลับมาแล้วครับการ์ตูนระดับตำนาน

    อย่าง Shaman King ที่กลับมาแก้ไขอดีตที่เลวร้าย

    (ความจริงก็กลับมาพักใหญ่และ)

    การ์ตูนที่แฟนๆที่เคยตามอ่านจนถึงเล่มสุดท้ายแล้วร้องไห้

    เพราะความเลวร้ายของตอนจบจนเกิดศัพท์บัญญัติใหม่

    เนื่องจากเนื้อเรื่องทุกอย่างกำลังใกล้จะถึงบทสรุป

    ตัวละครหลักๆปาหมอนเล่นกันแล้วตัดจบ!!!

    "ปาหมอน" โคตรๆ

    ถ้าใครติดตามอ่านคงเข้าใจเป็นอย่างดี

    แต่ก็คงโทษผู้แต่งแต่ฝ่ายเดียวไม่ได้

    เพราะการตัดจบนั้นสืบเนื่องจากการมีปัญหากับสำนักพิมพ์ต้นสังกัด

    ความจริงการแก้ไขตอนจบนั้นก็เคยมีในเวอร์ชั่นแอนนิเมชั่น

    ที่ตอนจบนั้นช่างงดงามจนเป็นที่โจทย์ขาน(ยังไม่ได้ดูเลย)

    น่าจะเป็นการ์ตูนเรื่องเดียวที่ แอนิเมะถูกต้องกว่าเวอร์ชั่นจริง - -*





    โดยการแก้ไขครั้งนี้มาในรูปแบบของการตีพิมพ์ใหม่หมดตั้งแต่ต้น

    ในชื่อชุด Shaman King Kang Zeng Bang หรือ ชาแมนคิงฉบับ Perfect Edition




    ซึ่งการพิมพ์ใหม่ครั้งนี้ได้มาถึงตอนใหม่จริงๆที่เคยขาดหายไป

    ย้อนกลับไปยังฉากการต่อสู้ระหว่าง Luchist และ Marco

    ที่เคยถูกตัดไปแบบข้ามไปเลยออกมาแล้วถึง 2 ตอน (265-266)

    ใน Kang Zeng Bang เล่ม 24 หรือในเนื้อเรื่องต้นฉบับราวเล่ม 30

    โดย Kang Zeng Bang มีกำหนดจบที่เล่ม 27 เท่านั้นเองครับ





    คงมีตอนที่แก้ไขเพิ่มเติมตามมาอีกหลายตอน

    ส่วนช่วงแรกแม้เนื้อหาจะเหมือนเดิม

    แต่ลายเส้นนั้นถูกแก้ไขหมดจนหมดสิ้น

    เรียกว่าเขียนใหม่หมดกันเลยทีเดียวครับท่าน

    ลายเส้น
    เล่มแรกๆถูกปรับให้เหมือนกับช่วงหลัง

    ซึ่งเป็นปกติของการ์ตูนที่เขียนนานๆเข้า

    ลายเส้นจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเล่มต้นๆ

    ลองดูตัวอย่างตามลิ้งนี้ได้ครับ


    เชื่อว่าแฟนชาวไทยที่เคยซื้อชุดเก่าน่าจะอยากซื้อชุดใหม่ (รึเปล่า)

    แต่คงอีกนานกว่าจะพิมพ์ใหม่ในไทย ตอนนี้ใครอยากอ่านมาก

    ก็ตามไปอ่านพลางๆไปก่อน ตามลิ้งด้านล่าง

    ที่ mankin-trad.net

    ตอน 265 - 266

    ที่ onemanga.com

    ตอน 265 - 266


       







    แต่ความรู้สึกที่เสียไปแล้ว

    มันไม่มีทางกลับคืนหรอกนะ


    อดีตน่ะ มันแก้ไขไม่ได้













    February 21

    Away~*











    เหนื่อยอ่อนหมดแรงกำลังเมื่อยล้า

    เดินไปภายในใจหมดแรงท้อถอย

    ทุกข์ทนกับความเป็นจริงที่ปวดร้าว

    ภาพเก่าคอยกัดกร่อนทำร้ายจิตใจ

    ยิ่งเดินต่อไปจุดหมายยิ่งห่างออกไปทุกที

    มองไม่เห็นหนทางจะก้าวเดินต่อ

    ดูตัวเองค่อยๆกลายเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ

    ปล่อยให้กาลเวลาเปลี่ยนแปลงเราไปทีละน้อย

    เปลี่ยนไปทุกอย่าง ไม่เหมือนเดิม

    ความเป็นจริง หดหู่ แสนเศร้า

    ความทรงจำ เปลี่ยวเหงา ห่างไกล



     



    หนทางยาวไกล อาจมีอะไรถูกหลงลืมสูญหาย

    อาจเป็นสิ่งใดที่ใจนั้นเคยโหยหาปรารถนา

    อาจนำพาให้ตัวเราเองนั้นจางหายไปกับวันเวลา

    หรือถ้าแย่กว่านั้น อาจเป็นเราที่ถูกผู้อื่นหลงลืม

    แต่เหมือนกับที่ของทุกอย่างนั้นหายไป

    เพื่อให้อะไรบางอย่างค้นพบมัน

    บางครั้งเราก็จำเป็นต้องหายตัวไป

    เพื่อให้ถูกค้นหาและถูกค้นพบอีกครั้ง


    ให้เวลากับมันสักหน่อย










    February 16

    Unknow World







    เรา ในโลกที่ทับซ้อนกัน
    เรา ยอมรับโลก อื่นๆ


    .............


    บางคน เข้ามา
    บางสิ่ง จากไป
    ฉัน เปิดใจ และ ยอมรับ

    บางครั้ง โลกดูสับสน ไม่เข้าใจ
    ในบางเวลา เรียบง่าย
    ฉัน สัมผัส และ ยอมรับ

    บางส่วน ละเมียดละไม
    บางสิ่ง กักขฬะ
    ฉัน เรียนรู้ และ ยอมรับ

    อดีต เดินหน้า
    อนาคต พ้นไป
    ฉัน เข้าใจ และ ยอมรับ

    ความจำ สูญหาย
    ใบหน้า ลบเลือน
    ฉัน ทำใจ และ ยอมรับ

    ใบหน้าที่สูญหาย
    กลายเป็นหนึ่ง
    ฉัน ไม่เข้าใจ แต่ ยอมรับ


    .............


    โลกอื่นๆ ที่เคยยอมรับ จากไป
    เหลือเพียงโลกหนึ่ง
    ที่ผู้อื่นไม่เข้าใจ
    สิ่งที่โหยหาจืดจาง
    ความต้องการหมดไป
    ฉันไม่ไขว้คว้าอะไร
    เพราะฉันเข้าใจ


    โลกอื่นๆ ที่จากลา ไม่เข้าใจ
    โลกเหล่านั้น ทับซ้อนกัน
    สับสน กักขฬะ
    อดีตและอนาคตสูญหาย
    ใบหน้าละเมียดละไม
    กลายเป็นหนึ่ง
    เพราะฉันไม่เข้าใจ


    .............


    ความจริงโลกเหล่านั้นเป็นหนึ่ง
    และว่างเปล่าเกินกว่าจะยอมรับ
    เพราะ เรา มองแต่โลกที่กระด้าง
    เรา เหล่านั้นห่างไกลออกไป

    ความจริงทุกสิ่งเป็นหนึ่ง
    และว่างเปล่าเกินกว่าจะยอมรับ
    เพราะ เรา มองแต่สิ่งที่กระด้าง
    เรา เหล่านั้นห่างไกลออกไป


    .............


    สิ่งทั้งหลายเป็นผลจากเหตุแห่งตน
    เหตุแห่งสรรพสิ่งกำหนดได้เป็นอนันตนัย
    ประจักษ์ได้โดยวิสัยผู้ลุแจ้งเองนั้น
    หากแต่เหตุหนึ่งส่งผลต่อเนื่องมิหยุดหย่อน
    เรา เป็นหนึ่งด้วย มหาเหตุ นั้น
    มหาเหตุนั้นเป็นใจเดิมแต่สิ่งอัน
    หากหยั่งแจ้งกระจ่างใจเดิมนั้น
    ย่อมรู้สรรพสิ่งได้โดยนัย


       


    เหตุนั้นห่างไกลออกไป
    จาก เรา ผู้ไม่รู้โลก












    February 11

    Love Is In The Air~*








    รักลอยเล่นลม
    อยากชื่นอยากชม
    อยากทุกข์อยากทม
    อยากสุขอยากสม


    ลมรักลอยเล่น
    ดั่งเช่นรักเธอ
    ฉันเพ้อพะวง
    มั่นคงหลงคอย


    รักเล่นลมลอย
    พลอยใจจืดจาง
    ร้างรักหักทิ้ง
    ชิงเด็ดเพียงดม


    ลอยลมเล่นรัก
    รอยพักตร์ลบเลือน
    ลอยเกลื่อนกลรัก
    รอยปักรักลวง


      


    Love is in the air
    แลจะเป็นรักลมลม
    สมนักเอนทรี่นี้
    Before Valentine









    February 09

    Random Songs~*





    RULES:
    1. Put your iTunes, Windows Media Player, etc. on shuffle.
    2. For each question, press the next button to get your answer.
    3. YOU MUST WRITE THAT SONG NAME DOWN NO MATTER HOW SILLY IT SOUNDS.
    4. Tag 10 friends.
    5. Everyone tagged as to do the same thing.
    6. Have Fun!
     
     
     
    IF SOMEONE SAYS 'ARE YOU OKAY' YOU SAY?
    You Don't Know Me - Susan Wong (เออ = =)
     
    HOW WOULD YOU DESCRIBE YOURSELF?
    You're not here - Melissa Williamson (อะนะ ออกแนว I see dead people)
     
    WHAT DO YOU LIKE IN A GUY/GIRL?
    Lost Cause - Akira Yamaoka (เห้ย ไร วะ)
     
    HOW DO YOU FEEL TODAY?
    ริมหาด - ชะเอม (สงสัยอารมณ์อยากพักผ่อนวันหยุด)
     
    WHAT IS YOUR LIFE'S PURPOSE?
    ปีศาจวสันต์ - อรวรรณ เย็นพูนสุข (เป็นปิศาจซะงั้น)
     
    WHAT'S YOUR MOTTO?
    Free Things For Poor People - Infadels (สังคมสงเคราะห์เร้อ)
     
    WHAT DO YOUR FRIENDS THINK OF YOU?
    Just Walking In The Rain - Johnnie Ray (ดูท่าทางชีวิตจารันทดมาก)
     
    WHAT DO YOUR PARENTS THINK OF YOU?
    Round & Round (Switch Remix) - Body Rockers (คงปวดหัวน่าดู หมุนไปหมุนมา -*-)
     
    WHAT DO YOU THINK ABOUT VERY OFTEN?
    I Would Never.. - Mocca (ฉันจะไม่ ทำอะไรทั้งนั้น 555)
     
    WHAT IS 2 + 2?
    Help Me Through The Day - John Mayall & The Bluesbreakers (2+2 แม่งโคตรเศร้าเลย - -*)
     
    WHAT DO YOU THINK OF YOUR BEST FRIENDS?
    ลาวดวงเดือน - อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี (บอกเพื่อน อ้ายลาว)
     
    WHAT IS YOUR LIFE STORY?
    Sun - Silent Hill 3 (มันไม่ใช่เพลงด้วยซ้ำ ชีวิตช่างอลังการแท้ +.+)
     
    WHAT DO YOU WANT TO BE WHEN YOU GROW UP?
    To Know You Is To Love You - Bobby Vinton (ตามหาใครซักคนว่างั้น)
     
    WHAT DO YOU THINK WHEN YOU SEE THE PERSON YOU LIKE?
    ลาภูพิงค์ - เยื่อไม้ (เง้อออออออ)
     
    WHAT WILL YOU DANCE TO AT YOUR WEDDING?
    Thunder On The Mountain - Bob Dylan (โอ้ว โห้ แหะ)
     
    WHAT WILL THEY PLAY AT YOUR FUNERAL?
    วิมานดิน - Grammy Music Box Vol.4 (T_Tแอบเข้ากะงานอีก)
     
    WHAT IS YOUR HOBBY/INTEREST??
    บ้านเรา - เสียงใครก็ไม่รู้แต่ไม่ใช่ลุงสุเทพ (อยู่แต่บ้านละมั้งนี่ ที่ไหนก็ไม่สบายเท่าบ้านเนอะ)
     
    WHAT IS YOUR BIGGEST FEAR??
    ศึกในอก - เยื่อไม้ (เหอะๆๆๆๆๆๆๆๆ รู้ดีจริงๆ -*-)
     
    WHAT IS YOUR BIGGEST SECRET?
    Fascination - Alphabeat (ความลับที่น่าหลงใหล)
     
    WHAT DO YOU WANT RIGHT NOW?
    ชมทุ่ง - เพลิน พรหมแดน (เหมือนจะอยากไปเดินเล่น)
     
    WHAT DO YOU THINK OF YOUR FRIENDS?
    รักข้ามขอบฟ้า - พิว โชติรส วิบูลย์ลาภ OST.KTC (รักเพื่อนมากไปปะเนี่ย)
     
    WHAT WILL YOU POST THIS AS?
    ผีเสื้อ - ชรัส เฟื่องอารมย์ (วันไหนเป็นผีเสื้อค่อยโพสเร้อ = =)
     



    ที่จริงไม่ค่อยชอบ tag ใครเท่าไร
    แต่ว่าอยากรู้ว่าฟังเพลงแนวไหนกัน
    ลองเล่นขำๆและกันนะ


    Strange Loop Poo
    le temps qui reste
    Borvorn Suntornpoc​h
    tean tira
    ร่มคันเดีย​ว ลุ่มแม่น้ำ​โขง
    Odalisque
    Freddie Ljungdurst
    「POP」 ♫
    hudkung -
    Who am i ...
    Miss Sally B.

    ขอเกินมาคนนึง
    ว่างก็เล่น ไม่ว่างก็ไม่ต้องเล่น
    อยากเล่นก็เล่น ไม่อยากเล่นก็ไม่ต้องเล่น
    ตามสบายเลย



    วู้ ร้อนโว้ยยยยยยยยยยยยย







    February 08

    Sit Here All Alone








    แต๊ะเอีย เปลี่ยนเป็น เสื้อยืด หนังสือม้า สตอเบอรี่ปั่น
    และตั๋วหนังกะทิบูด วันสุดท้าย รอบสุดท้าย
    นั่งรอหน้าโรงไม่มีใคร อ่านหนังสือจากห้องสมุด
    จินตนาการไปไกลลิบลับ

    山田長政
    Κωνσταντίνος Γεράκης
    Maria Guyomar de Pinha
    Jeremias van Vliet
    Simon de la Loubère


    เวลาผ่านไปไม่มีใครอื่น พนักงานก็มองแปลกๆ
    ได้เวลา ยื่นตั๋ว ฉีกตั๋ว เดินลิ่วผ่านไปไม่ตรวจอะไรทั้งสิ้น
    นั่งลงอย่างสบายใจ วางของไว้เบาะข้างๆ
    ขยับไปกลางจออีกนิด ตอนซื้อพนักงานเข้าใจผิด
    นั่งก็รักในหลวงได้ นั่งอยู่คนเดียวในความมืด
    ปล่อยตัว ปล่อยใจ สบาย ผ่อนคลาย
    นั่งดูหนังในโรงที่ไม่มีแม้แต่พนักงานเข้ามา
    นั่งยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ เหยียดขา เอนหลัง
    เรื่องราวจบลง ทุกคนเต้นกันอย่างมีความสุข
    พนักงานเดินมาเปิดประตูทางออก แล้วตะโกนตรงมาเพื่อให้รับรู้
    ตัวละครยังคงเต้นอยู่ อยากดูให้จบแต่เกรงใจพนักงาน
    จำใจเดินไปที่ทางออก ได้รับการไหว้และขอบคุณอย่างไม่จริงใจ
    ออกมาสู่โลกความจริง แสงสว่าง ทางเดินที่ไม่มีใครอื่น


     




    หลายคนอาจจะ
    ไม่ชื่นชอบและไม่คุ้นเคย กับการอยู่เพียงลำพัง
    หลายคนจำเป็นต้องมีใครๆอยู่ด้วยตลอดเวลา


    แต่

    มีบางเวลา ที่เราต้องอยู่โดยไม่มีผู้ใด
    มีบางสถานที่ ที่เราต้องไปแค่คนเดียว
    มีบางภาวะ ที่เราผ่านมันไปได้ด้วยตัวเองเท่านั้น


    ถ้าไม่คุณทำตัวให้พร้อมรับมัน
    การอยู่โดดเดี่ยวจะทำร้ายคุณ